natt's profileo+PhotosBlogLists Tools Help

natt s.

Occupation
Location

26มิถุนา2009_solongjacko


แจ๊คโก้,

เช้านี้ เฮียเปิดมือถือดู sms ข่าว
เฮียหันมาหาโอ๋ โพสต์ท่าอมตะของคุณ

ทีแรกโอ๋งง นึกว่าหางเครื่องวงลูกทุ่ง -_–”
(ด้วยความเคารพ โอ๋ไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของคุณ)
เฮียเลยเอาใหม่ คราวนี้ลูบเป้าด้วย : P

“แจ๊คโก้?” โอ๋ถาม
เฮียพยักหน้า
โอ๋เดาได้ทันที “ตาย?”
เฮียพยักหน้า

เมื่อวาน โอ๋นั่งกินข้าวอยู่ในห้างสรรพสินค้า
โอ๋เห็น mv ของนักร้องเท้าไฟสัญชาติเกาหลีทางทีวี
โอ๋นึกถึงสมัยโอ๋เรียนมัธยม คุณมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทย
ที่โรงอาหารของโรงเรียน เกาะกระแสเอา MV ของคุณมาเปิด
ยังนึกอยู่ว่า ก็ยังไม่เห็นคนไหนพลิ้วเท่าคุณ
..

เราเคยเดินสวนกันแป๊บนึงนะ ตอนที่คุณมาเมืองไทยนั่นแหละ
ช่วงนั้นไปที่ไหน ก็เห็นสื่อนำเสนอ MV และข่าวของคุณ
วันนั้นผมไปเวิร์ลเทรด
(พ.ศ.นี้ เค้าเปลี่ยนมาเรียกที่นั้นว่า เซนทรัลเวิร์ล)
ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดฮือฮา แล้วผมก็เห็นคุณ..

คุณไม่เหมือนที่ผมเคยคิดไว้เลย
ผู้ชายเท่ห์ๆ เต้นเป็นไฟ ท่าทีมั่นใจเต็มเปี่ยมใน MV
คุณเป็นผู้ชายตัวเล็กๆ ท่าทางขลาดๆ เหมือนเด็กหลงทาง
เดินเร็วๆ โน้มตัวไปข้างหน้า
ยิ้มอายๆ ใส่ทุกคนที่เรียกชื่อคุณ

ผมดูคุณน่าเวทนาแกมน่าเอ็นดูพิกล
แต่ผมก็เชื่อแบบไร้ข้อกังขา
ว่าคุณเป็น ซุปเปอร์สตาร์ (อย่างที่เค้าเรียกกัน)
เพราะด้วยท่าทีแบบนั้น คุณยังสามารถทำให้ทุกคนรักคุณ

อย่างน้อยที่สุด ถ้าเค้าเคยเห็นคุณเหมือนที่ผมเคยเห็น
เค้าจะรักคุณ ผมเชื่อแบบนั้นนะ

แจ๊คโก้ผมสงสัย
ผมมองๆ ท่ามกลางสิ่งที่คุณทำ ตัวตนที่คุณสร้าง
ผมว่าคุณพยายาม - - พยายามมาก
ท่าเต้นโคตรมหัศจรรย์ของคุณ ที่เรนยังทำได้แค่ครึ่งในสายตาผม
ผลงาน ชื่อเสียง รูปร่างหน้าตา บ้าน ครอบครัว ทุกสิ่งทุกอย่างของคุณ
ที่คุณพยายามสร้าง พยายามหา มันใช่อย่างที่คุณอยากได้มั้ย?
มันทำให้คุณมีความสุขมั้ย?

ผมหวังว่าคุณมีความสุข
ใครก็ตามที่ได้เห็นผู้ชายตัวเล็กๆ ท่าทางขี้อายคนนั้น
น่าจะคิดเหมือนผม


,ฝันดีแจ๊คโก้

[หมายเหตุ]: ทีแรกโอ๋อยากเก็บเอนทรี่นี้ไว้เขียนพรุ่งนี้
แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้ตรงกับวันที่เค้าจากไป




26มิถุนา2009_ของที่เธอไม่ได้รัก

[หมายเหตุ:] ท่านใดที่รู้ตัวว่าถูกพาดพิง
หากคิดว่าเอนทรี่นี้จาบจ้วงความเป็นส่วนตัว
เจ้าของบลอกยินดีแก้ไข ปรับแต่ง ตัดต่อ ขอให้บอก
..

ของที่เป็น ‘ของรัก’ มักไม่ใช่เพราะมีราคา
แต่มักเป็นเพราะเรื่องราวที่มากับมัน
และที่สำคัญ.. ได้มาจาก’ใคร’

คุณมีมั้ย.. ของรักที่ได้จากคนรัก
แล้วถ้าเป็นของจากคนที่ไม่ได้รักแล้วล่ะ
คุณจะทิ้งหรือคุณจะคืน.. ?

..

“มีอะไรที่อยากให้โอ๋ทำมั้ย?” โอ๋ถามผ่าน msn
“อยากให้ช่วยทวงของ ที่เราเคยให้มันอะ”
เธอตอบ “ทวงจนเบื่อแล้ว”

โอ๋กะพริบตาปริบ
ในบัดนั้น มุมขวาล่างของจอภาพ
ก็ pop-up ข้อความของขาแชทอีกรายขึ้นมา

“เค้าทวงของเราอีกแล้ว” ………..[อ่า.. ]
“ก็คืนเค้าไปดิ?”
โอ๋สบช่องปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
“มันจะไม่เป็นการทำร้ายเค้าเหรอ?” อีกฝ่ายถาม
ถามผมไม่ช่วยอะไรหรอกคุณ

โอ๋เหลือบตามองหน้าต่างแชทฝั่งซ้าย
นั่นสิ..  “ทำไมอยากได้คืน?”

..
25พฤษภา2009 ที่ผ่านมา,

โอ๋เฮียเดินออกจากร้านขายกล้อง
ที่โอ๋เพิ่งถอยกระเป๋ากล้องใบใหม่ให้เฮียเป็นของขวัญ
ปีที่แล้วก็ให้กระเป๋ากล้อง ปีนี้(เสือก)ถอยกล้องใหม่
แถมจะใจดีโละกล้องเก่ายกให้เราเสียด้วย ^ ^”
(คงไม่ต้องพูดว่าใครกำไรอื้อซ่า.. )

“คงงี่เง่าโคตรเลยว่ะ ถ้าเราเลิกกัน
แล้วต่างคนต่างทวงของที่เคยให้อีกคนคืนมา”
เฮียหัวเราะก๊ากเมื่อนึกภาพตาม
“ก็จะมีไอ้คนนึง ที่มีกล้องสองตัว” โอ๋บรรยาย
“กะไอ้อีกคนนึง ที่มีกระเป๋ากล้องสองใบ
กะหัวใจว่างเปล่า(ฮิ้ววว.. ) แต่ไม่มีกล้องซักตัว”

แค่คิดก็ทุเรศแล้ว ^ ^”
..

“เออ แล้วมันจะทวงไปทำไมวะ?”
แหม..
“ก็แล้วทำไมไม่คืนละวะ”
ตอนเลิกกับแฟนเก่า
โอ๋ก็รวบๆ คืน ไม่อยากให้รกห้อง..
เก็บไว้แต่ชิ้นโปรด
ที่ปัจจุบันขึ้นแท่น ‘ของรัก[จากคนที่ไม่รักแล้ว]‘

ครั้งหนึ่งในฐานะอินทีเรีย
โอ๋ไปเยี่ยมเยือนบ้านของเพื่อนและผู้ว่าจ้างรายหนึ่ง
เพื่อขอถ่ายภาพกลับมาเก็บไว้ดู (และอวดชาวบ้าน)
โอ๋เมียงมองเหล่าสมบัติที่เรียงรายบนชั้นโชว์
ที่หลายชิ้นอิมเมจไม่เข้ากับห้องและเจ้าของห้อง

“เหล่านี้.. เป็นสมบัติที่ล้วนมีคุณค่าทางใจ?”
โอ๋ผายมือไปที่ชั้นโชว์ เอ่ยถามเกรงอกเกรงใจ
พ่อหนุ่มเจ้าของบ้านพยักหน้าหนักแน่น “ใช่”
เป็นทำนองว่า ต่อให้วางแล้วไม่เข้ากับห้องกูก็จะวางนะ
เอาสิห้องคุณนี่ ผมพลาดเองที่ไม่นึกถึงไอเทมเหล่านี้
ก่อนบรรจงลงมือเขียนแบบ

“มันมีอะไรบ้างเหรอ?” เฮียย้อนถาม
เมื่อโอ๋ถามว่า ไอเทม’ของรักฯ’ ของโอ๋
มันระคายสายตาเฮียหรือไม่

list ของรัก[จากคนที่ไม่รักแล้ว]
1. จานรองแก้วที่ทำจากเศษผ้ายีนส์
ตัดมาจากขากางเกงลีวายริมแดงผ้าด้านบ้าบอไรสักอย่าง
ที่คนให้บอกว่า ‘มันหลวมผมใส่ไม่ได้ คุณเอาไปใส่แล้วกัน’
ตบท้ายว่า ‘ผมไม่อยากเอาไปตัด เดี๋ยวมันเสียทรง’
โอ๋เลิฟซี้ดเลยตัดเสียเลย เอาชายกางเกงมารองแก้ว
ส่วนตัวกางเกงไม่ทราบชะตากรรม

2. ปฏิทินลูกเต๋า
เคยเห็นปะ แบบที่เอาไว้ใช้ได้ตลอดกาลน่ะ
ขายแบกะดินอยู่ที่สนามหลวง โอ๋มองๆ แต่ไม่อยากซื้อ
‘ไม่แพงหรอกโอ๋ ของพวกนี้ต่อได้”
ว่าแล้วเธอก็ขมีขมันปรี่เข้าไปถามราคา
“ยี่สิบค่ะ” แม่ค้าบอก โอ๋ล้วงเป๋าหยิบตังค์
แต่คนที่มาด้วยกล่าวน้ำเสียงเฉียบขาด “สิบห้าแล้วกัน”
แม่ค้าพยักหน้า o_O!

3. หมอนหมี
เป็นหมอนลายหมี ที่คลี่ออกมาเป็นผ้าห่มได้
ยึดไว้เนื่องจากชอบมากกกก.. (อรรถประโยชน์คุ้มค่า)
ทุกวันนี้ เฮียเองยังหยิบมาหนุนอยู่อย่างสม่ำเสมอ

4. การ์ตูนเรื่องโปรด NANA โดย ไอ ยาซาว่า
เลิกกันตอนออกถึงเล่มสิบมั้ง
ที่เหลือเลยต้องซื้อเอง -_-”

..

คุณมีมั้ย.. ของรักที่ได้จากคนรัก
แล้วถ้าเป็นของจากคนที่ไม่ได้รักแล้วล่ะ
คุณจะทิ้งหรือคุณจะคืน.. ?

..


25มิถุนา2009_กรรมพันธุ์


"ทำไมสระผมแล้วไม่เช็ดให้แห้ง ดูสิเปียกไปหมดเลย"
มาม้าบ่น เมื่อเห็นโอ๋เดินหัวฉ่ำไปมา
"เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก"

โอ๋ขมวดคิ้ว "คุณแม่คะ คุณลูกก็ทำแบบนี้มาตั้งกะเด็กแล้ว"
โอ๋พยายามเคลมว่ามันไม่อันตราย

มาม้าทำหน้าเบื่อโลก "ยายเธอก็เหมือนกันเลย"
"อาบน้ำแล้วชอบไม่เช็ดตัว ปล่อยให้เปียกๆ รอให้แห้ง"
คุณนายเริ่มบ่น "พอเราว่า แกก็ตอบว่าไงรู้มั้ย?"

ค่ะ.. ว่าไงคะ
"ยายก็ทำของยายยังงี้มาตั้งแต่เด็ก"
อ่าา..
"เนี่ย.. แม่ยาย (หมายถึง.. ยายของแม่โอ๋ หรือ ยายของโอ๋)
ก็ชอบบ่น ว่าทำแบบนี้เดี๋ยวแก่ตัวไปจะไม่สบาย จะเป็นหวัด"

...
ว่าแล้วมาม้าก็ทำหน้าคับแค้น
กับความคล้ายของมารดาและบุตรสาวของเธอ



22มิถุนา2006_จดหมายถึงเด็กชายในห้องเก็บของ



มันเป็นวันหยุดฤดูร้อนอันน่าเบื่อและยาวนาน
เด็กชายหมวกแดงเดินเหงาในบ้านหลังใหญ่ในชนบท
ไม่มีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันใ้ห้เล่นด้วย
แล้วเด็กชายก็ได้พบห้องเก็บของมืดๆ รกๆ ห้องนั้น

มีเด็กชายอีกคนนั่งอยู่ในมุมมืด ท่ามกลางข้าวของระเกะระกะ
‘ออกไปเล่นข้างนอกกันเถอะ’ เด็กชายหมวกแดงชักชวน
‘ฉันออกไปไม่ได้’ เด็กชายในห้องเก็บของตอบ
เด็กชายหมวกแดงไม่เข้าใจ แต่ก็ดีใจที่จะได้มีเพื่อนเล่น
‘ไม่เป็นไร ฉันมาเล่นกับนายที่นี่ก็ได้ มาเล่นกัน’

เด็กชายหมวกแดงเล่นสนุกอยู่ในห้องเก็บของกับเพื่อนใหม่
เด็กชายในห้องเก็บของกลายเป็นเพื่อนรักที่ถูกอกถูกใจ
วันแล้ววันเล่า จนฤดูร้อนใกล้จบสิ้น ถึงเวลาอำลา

‘ไม่อยากจากนายไปเลย’ เด็กชายหมวกแดงคร่ำครวญ
‘นายอยากอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?’ เด็กชายในห้องเก็บของถาม
ด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ยากอธิบาย
‘ใช่สิ ถ้าได้อยู่ที่นี่ตลอดไปคงดี’
เด็กชายหมวกแดงนั่งลงข้างๆ เพื่อนรัก
หากได้อยู่ด้วยกันตลอดไป นายก็จะไม่เหงา ฉันก็จะไม่เหงา

จู่ๆ เด็กชายในห้องมืดก็ลุกขึ้นยืน
‘งั้น.. นายก็อยู่ที่นี่แล้วกัน’

ใบหน้าที่หันกลับมามีรอยยิ้มโหดเหี้ยม
บนศีรษะมีหมวกสีแดงที่เคยเป็นของเขาสวมอยู่
ร่างเล็กๆ นั้นเดินออกสู่แสงสว่างภายนอก
และจากไปตลอดกาล..

เด็กชายในห้องเก็บของคนใหม่ตกตะลึง
ไม่สามารถลุกขึ้นจากที่ที่เพิ่งนั่งลงไปได้
เด็กน้อยที่ถูกทิ้งกรีดร้องขอความช่วยเหลือ
แต่ไม่ีมีใครได้ยิน

เค้าทำได้เพียงนั่งรออยู่ที่นั่น
จนกว่าจะมีเด็กชายคนใหม่เข้ามาแทน

…………………………………..
ข้างบนนั่นเป็นการ์ตูนโอ๋ที่เคยอ่านสมัยเด็ก
เรื่องสยองขวัญที่บั่นทอนจิตใจระดับ all time
และหลอกหลอนจิตใจมาจนโต
พอจินตนาการว่า ตัวเองเป็นเด็กชายหมวกแดง
ก็หวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกกับชะตากรรมนั้น

วันนี้อยู่ๆ ก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา และมองมันในมุมใหม่
ที่เด็กชายในห้องเก็บของไม่สามารถออกจากห้องได้
ไม่ใช่เพราะคำสาปใดๆ
เป็นเพียงความเจ็บปวด และความแค้น
ที่ทำให้เค้ายังรอคอย เพื่อจะเอาคืนให้สาสม
กับใครสักคน – - ใครก็ได้

พอคิดได้เช่นนี้ เรื่องสยองขวัญเรื่องนี้ก็ไม่ทำร้ายโอ๋อีกต่อไป
พอนึกได้ว่า หากเหตุการณ์นี้เกิดกับเรา
ก็แค่ให้อภัย และลุกขึ้นยืน เดินออกจากห้องนั้นซะ
มันเป็นสิ่งที่สามารถทำได้
……………………………….

ถึงเด็กชายในห้องเก็บของ,
ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องนั้นเถอะ
ไม่มีคนที่กักขังและทอดทิ้งเธออีกแล้ว
ไม่มีใครให้เธอแก้แค้นและหักหลังอีกแล้ว
คนที่เธอรอคอยไม่มีวันกลับมา
เธอเป็นอิสระแล้ว – - เป็นอิสระเสมอมา

หรือหากฉันเข้าใจไม่ผิด
เธอเพียงไม่มีที่ไปใช่ไหม?

คนดี.. นั่นไม่ใช่ความผิดของใครเลย


18มิถุนา2009_myloveisinthesky


……………….
คนดี.. เธอมองไม่เห็นความรักของฉันหรือ
มันอยู่ในท้องฟ้า ในก้อนเมฆ ในโลกทั้งใบ
นั่นคือความหมายของเธอที่มีต่อฉัน
เสมอ..

หญิงสาวบรรเลงเพลงด้วยกีต้าร์โปร่ง
เหมือนกำลังบอกกล่าวคำรักของเธอถึงใครสักคน
เสียงคีย์บอร์ดสอดเมโลดี้เข้าไปในเพลง
ราวจะบอกว่า เค้าตกหลุมรักเธอเสียแล้วล่ะ
หญิงสาวหันมามอง.. ชะงักไป
เธอผิดหวังเมื่อเห็นว่า ไม่ใช่ ‘เสียง’ ของคนที่เธอรอ
ให้มาตอบคำรักของเธอ

[มันเป็นซีนที่โอ๋ขัดใจที่สุดของหนังเรื่องนี้เลย
ทั้งที่มันควรจะทำให้โอ๋ตกหลุมรักได้เลย
ก็ตรงไดอะล็อกต่อไปนี้แหละ.. ]

ทำไมชอบเพลงนี้ล่ะ.. ชายหนุ่มถามเธอ
มันทำให้รู้สึกอบอุ่น หญิงสาวตอบ

อบอุ่นสำหรับคนฟัง แต่สำหรับคนร้องมันแสนเศร้า
รักที่สำหรับเค้ายิ่งใหญ่เท่าโลกทั้งใบ
แต่อีกฝ่ายกลับมองไม่เห็น จนต้องร้องเรียกให้มองดู

ความรัก มันทำให้เราเจ็บปวด เค้าว่างั้น
คนไม่เคยรักใคร ปากพล่อยพูดออกมา
ให้คนที่กำลังเจ็บเพราะรักได้ฟัง

แต่บางที มันก็ทำให้เราเข้มแข็งนะ เธอแย้ง
ซึ่งต่อมาเธอได้แสดงให้โอ๋เห็น
ว่ารักทำให้เธอเลือกจะทน และเลือกจะทำเพื่อมัน
เลือกที่จะทนกับความเจ็บที่ ‘ป๊อบเปลี่ยนไปแล้ว’
เลือกที่จะทำเพื่อคนที่ไม่ได้รักเธออีกต่อไปแล้ว
กระทั่งเสนอตัวให้ความช่วยเหลือในเรื่องความรัก

ความรัก.. มันช่างยิ่งใหญ่จังนะ หญิงสาวพึมพำ

[..แป้ก.. ]

ในหัวโอ๋มีคำว่า แป้ก ผุดขึ้นมาคำเท่าบ้าน
พูดเพื่ออะไรคะน้องแอน เพื่ออะไร
นั่งเงียบๆ ทำหน้าอกหักแต่ชั้นสวยย่ะต่อไปได้มั้ย?

……………..
แปะเนื้อเพลง สำหรับคนที่มองเห็นและมองไม่เห็นความรัก
เพลงนี้โดยวรรธนา อาร์ตตัวแม่อีกท่านของวงการเพลงไทย
เวอร์ชั่นแรกขับร้องโดยวงทีโบน [ซึ่งสำหรับโอ๋ฟังเศร้ามาก
เศร้าพอๆ กับประโยค 'ขอความรักบ้างได้ไหม'เลยทีเดียว]
เวอร์ชั่นหลังที่ร้องโดยเจ้าตัว ดูจะเป็นที่ชื่นชอบกันมากกว่า
[ส่วนเวอร์ชั่นประกอบหนังนั้น ร้องได้คล้ายวรรธนาจนน่าขนลุก]

[เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม]
เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ
และจะเป็นเช่นนั้น.. เสมอ..

ถนนสายนั้นที่ทอดยาว มีเรื่องราวของความเป็นจริง
มีเงาไม้เอาไว้ให้พักพิง มีให้เธอเอาไว้ยามอ่อนล้า

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม เห็นเงาของเมฆรึเปล่า
ทะเลสีครามที่ทอดยาว เห็นความรักฉันบ้างไหม
เห็นความรักฉันบ้างไหม

………………………..
เพราะอะไรนะ
เธอจึงมองไม่เห็นความรักที่โอบกอดเธออยู่?
[ไม่ต้องมองหาท้องฟ้าหรอก มันอยู่ตรงนั้นแหละ
แต่ได้โปรดลืมตาขึ้น.. ]


 
Photo 1 of 6